จับแล้ว3รุมกระทืบคนแก่ ต้องกราบหวั่นหลานโดนด้วย

ตำรวจโรงพักดอยสะเก็ดตามรวบแล้ว 3 คนก่อเหตุรุมกระทืบคนชราวัย 70 หัวแตกเลือดอาบ ลูกชายอ่วมด้วย เผยจำยอมโดนผู้หญิงบังกราบไม่งั้นหลานชายตัวเล็กโดนด้วย  เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดพนักงานสอบสวน สภ.ดอยสะเก็ด ได้เรียกตัวนายประชัญ บัวชุม อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 5 ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

พร้อมกับ นายอนัญวิชญ์ บัวชุมชติพงษ์ อายุ 44 ปี ลูกชาย มาสอบปากคำเพิ่ม หลังจากคืนวันที่ 18 เม.ย. 61 ได้มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามารุมทำร้าย จนทำให้นายประชัญ ได้รับบาดเจ็บ เย็บที่ศีรษะ 8 เข็ม และนายอนัญวิชญ์ เย็บ 4 เข็ม ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีการแชร์เรื่องราวในโลกออนไลน์ จนมีการประนามกลุ่มคนที่ลงมือว่ารังแกคนชรา โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้เบื้องต้น 3 คนทราบชื่อ น.ส.แพรพรรณ อรุณการ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ 5 ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ น.ส.รัตนา บุญช้างเผือก อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 2 ต.หนองแหย่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายณัฐวุฒิ ใจด้วง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 ต.สำราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวมาสอบสวนปากคำ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฏหมาย

นายประชัญ เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุประมาณ 3 ทุ่มเศษ ตนได้พาหลานชายเข้านอน จนกระทั่งได้มีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิงเข้ามาสอบถามหาหลานชายที่เช่าร้านขายหมาล่าปิ้งย่าง คนที่ถามก็คือลูกเจ้าของที่ แต่ตนไม่ทราบว่าคุยอะไรกัน จนกระทั่งมีเรื่องทะเลาะชกต่อยกันขึ้น ตนจึงลงไปห้าม แต่ก็โดนไม้หรืออะไรสักอย่างฟาดที่หัว จนเลือดไหลอาบ และมีผู้หญิงทราบชื่อภายหลังว่าชื่อเมย์ หรือ น.ส.แพรพรรณ นั้น ข่มขู่บอกว่าให้กราบไม่งั้นจะทำร้ายหลานตัวเล็ก ตนจึงได้กราบขอโทษจนมีการปล่อยหลานชาย ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่าทำไมถึงยกพวกมารุมทำร้ายกันถึงบ้านในยามวิกาลด้วย

ส่วน น.ส.แพรพรรณ กล่าวว่า ตนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเรื่อง แค่เข้าไปเพื่อพูดคุยกันเท่านั้นเพราะปกติก็รู้จักกันอยู่แล้ว แต่ตนโดนทำร้ายก่อน เลยเข้าไปแย่งจอบ ที่ชายคนในบ้านพยายามจะใช้จอบตีหัวตน ทั้งที่ตนเป็นผู้หญิง จนบาดเจ็บที่สีข้างซ้ายด้วย หลังเกิดเหตุได้ให้แพทย์ตรวจพบว่ากล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งวันนั้นเป็นวันรวมญาติมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ด้วย ส่วนที่มีคนว่าตนนั้นพาพวกไปรุมทำร้ายเพื่อทวงค่าเช่าร้านไม่เป็นความจริงเพราะที่ผ่านมาก็ให้เช่าค้าขาย ส่วนค่าเช่าให้บ้างไม่ให้บ้าง ซึ่งตนก็ไม่ยอมเช่นกันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเช่นกัน

ด้าน พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้จะต้องให้ทางพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่าย ว่าฝ่ายไหนให้การว่าอย่างไรบ้าง เบื้องต้นทราบว่า ได้แจ้งข้อหาทางฝ่ายของ น.ส.แพรพรรณ ว่าบุกรุกยามวิกาล และทำร้ายร่างกาย ส่วน น.ส.แพรพรรณ นั้นจะให้การว่าอย่างไร ทางพนักงานสอบสวนจะได้กระทำการตามขั้นตอน ใครผิดใครถูกก็จะรวบรวมส่งฟ้องศาลต่อไป ส่วนใครที่ร่วมก่อเหตุในคืนวันดังกล่าวก็จะติดตามมาดำเนินดคีเพิ่มเติมต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews